ข้อความข้างล่างเป็นส่วนหนึ่งจากที่พี่ไปพูดในงาน Dek-D’s admission fair นะครับ
หวังว่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆนะครับ 
—-
สวัสดีน้องๆชาวเด็กดีทุกคนครับ พี่เองก็อยู่กับการสอบมา เคยเป็นทั้งคนที่พลาดหวัง เคยเป็นทั้งคนที่สมหวัง จนปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากน้องๆหลายร้อยคนให้มาเป็นคนสอน
เมื่อสมัยม.ปลาย พี่ก็เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับน้องครับ
ตอนปิดเทอมที่พี่จะขึ้น ม.6 ก็มีแต่คนบอกว่า เดี๋ยวค่อยเรียนก็ได้ ไม่เห็นต้องรีบเลย
ด้วยความเป็นเด็กกิจกรรม พี่เลยทำกิจกรรมต่างๆจนไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองว่าง และไม่เคยคิดเลยว่า เราต้องเตรียมสอบ
มารู้ตัวอีกที… ก็ตอนเพื่อนๆชวนกันไปสอบรับตรง MDX มข พี่ก็ยังทำตัวชิลๆ คิดว่าพี่เองก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เดี๋ยววิชาที่ถนัดก็คงชดเชยคะแนนให้เองแหละ
ผลปรากฎไม่เป็นอย่างนั้นครับ คะแนนสอบพี่แทบจะน้อยที่สุดในหมู่เพื่อนเลยครับ อย่างคณิตศาสตร์เนี่ยครับ พี่ได้แค่ 32/100
“ถึงจะดูเหมือนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่ถ้าตอนสอบวิชาสามัญพี่พลาดไปอีกข้อเดียว จบหมดเลย”
วิชาอื่นๆอย่างฟิสิกส์ที่เค้าว่ากันว่าง่าย แต่พี่เองก็ไม่ถนัด ตอนอยู่โรงเรียนก็สอบตก คะแนนพี่ก็ไม่ดีเหมือนกัน
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพี่ในตอนนั้นคือ “เวลา” ครับ ตอนนั้นเป็นเดือนกันยายนแล้ว พี่มีเวลาอีกแค่สี่เดือนในการเตรียมตัวสอบเท่านั้นครับ
พี่จิตตกเป็นพักใหญ่เลยครับ แต่ก็ต้องรีบกลับมาตั้งตัวครับ
พี่เริ่มวางเป้าหมายในการสอบ กสพท. ของพี่ครับ แน่นอนครับว่าพี่อยากติดแพทย์จุฬา พี่เกิดที่โรงพยาบาลจุฬาฯ และการได้มาเรียนที่นี่ถือเป็นความฝันของพี่เลยครับ
พี่อาจจะฝันไว้สูงครับ แต่พี่ไม่ได้แค่ฝันครับงพี่วางแผน
พี่เริ่มค่อยๆแตกทุกอย่างออกมาทีละสเต็ปครับ พี่อยากติดแพทย์จุฬา แปลว่าพี่อยากได้คะแนนรวม กสพท. สัก 75 มาจากความถนัดแพทย์เท่านี้ มาจาก 7 วิชาฯ เท่านี้
ค่อยๆแตกออกมาจนเป็นเป้าหมายรายวิชา ว่าแต่ละวิชาต้องทำอะไรเท่าไหร่บ้าง
อย่างฟิสิกส์ที่พี่ไม่ชอบที่สุดเลย แต่ข้อสอบฟิสิกส์วิชาสามัญมีแค่ 25 ข้อ ถ้าจัดระบบดีๆ มันไม่เยอะหรอก พีก็จัดระบบ อ่าน และเรียนมันจนผ่านพ้นไปได้
อย่างตอนนั้นเองพี่อยู่หอ วันธรรมดาก็มาเรียนไม่สะดวก พี่ก็อ่านหนังสือเอง หรือเรียนออนไลน์ของที่โรงเรียนทดแทนไป พยายามเก็บความรู้ให้มากที่สุด พยายามตักตวงโอกาสต่างๆในชีวิตเข้ามา
แม้ว่าพี่อาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่สุดในการสอบเพราะมาเริ่มเตรียมตัวช้า แต่พี่ก็ภูมิใจที่พี่สามารถสอบกสพท. ติดได้อย่างที่พี่ต้องการด้วยคะแนนรวม 81 กว่าๆ และสามารถเอาชนะตัวเองด้วยการอัพคะแนนเลขจาก 32 เป็น 84 ได้ใน 4 เดือน ส่วนในวิชาฟิสิกส์ไม้เบื่อไม้เมาที่เคยสอบตก พี่สามารถเอาชนะมันในแมทช์ที่สำคัญที่สุดในชีวิต และได้ร้อยเต็ม
น้องๆก็ลองทำตามดูได้ครับ สามขั้นตอนแห่งความสำเร็จ 1. Set Goal ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ 2. Organize เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นงานที่ต้องทำ เรื่องที่ต้องเรียน แล้ววางแผนชีวิตตัวเองดีๆ 3. Work Hard ซื่อสัตย์ต่อเป้าหมาย มุ่งมั่น ตั้งใจ
น้องๆครับ น้องๆทุกคนที่อยู่ตรงนี้มีเวลามากกว่าพี่ในตอนนั้น มีแหล่งที่เรียนมากกว่าพี่ในตอนนั้น และมีเรื่องราวของพี่ ที่เคยพลาดในตอนนั้น
ถึงเวลาหรือยังครับ ที่เราจะไม่แค่มองความฝันนั้นอยู่บนฟ้าเหมือนที่เคย
ถึงเวลาหรือยังครับ ที่เราจะออกจากที่เดิม ที่เราเฝ้ามองดวงดาวแห่งความฝันนั้นทุกวัน
ถึงเวลาหรือยังครับ ที่เราจะออกเดินทางไปหาความฝันของเรา
พี่รอน้องอยู่ที่เส้นชัยนะครับ

